X Rapid Group Health,Medical โรงพยาบาลมะเร็งอุบลเพิ่มความพร้อมด้านการรักษาและดูแลต่อเนื่อง

โรงพยาบาลมะเร็งอุบลเพิ่มความพร้อมด้านการรักษาและดูแลต่อเนื่อง

โรงพยาบาลมะเร็งอุบล

โรงพยาบาลมะเร็งอุบลเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการรักษาและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง หลังเปิด “อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์” เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับผู้ป่วยและขยายบริการทางการแพทย์ให้มีความพร้อมมากขึ้น อาคารดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2569 มี 8 ชั้น ขนาด 300 เตียง และรองรับทั้งผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใน การพัฒนาครั้งนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนเตียง แต่ยังมุ่งยกระดับระบบบริการให้เชื่อมโยงกับเครือข่ายสุขภาพ และช่วยให้ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างเข้าถึงบริการรักษาโรคมะเร็งที่มีคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น

การเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานีมีความสำคัญต่อผู้ป่วยอย่างไร?

การเปิดอาคาร 80 ปี กรมการแพทย์ของโรงพยาบาลมะเร็งอุบล เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยอาคารมี 8 ชั้น จำนวน 300 เตียง และออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยหนัก รวมถึงเพิ่มพื้นที่สำหรับการจัดบริการให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น การพัฒนานี้มีความสำคัญต่อระบบรักษามะเร็ง เพราะผู้ป่วยแต่ละรายอาจต้องได้รับการดูแลหลายขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การประเมินระยะของโรค การเลือกแนวทางรักษา การติดตามผล ไปจนถึงการดูแลอาการและคุณภาพชีวิตในระยะต่อเนื่อง โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องมีทั้งพื้นที่ บุคลากร เครื่องมือ และระบบส่งต่อที่เหมาะสมควบคู่กันไป

โรงพยาบาลมะเร็งอุบลเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งและทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ครอบคลุม 9 จังหวัด การเพิ่มศักยภาพของสถานพยาบาลจึงมีผลต่อประชาชนในวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น

โรงพยาบาลมะเร็งอุบลพัฒนาความพร้อมด้านการรักษาและดูแลต่อเนื่องอย่างไรบ้าง?

การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งจำเป็นต้องมีความพร้อมในหลายด้าน ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผนรักษา ไปจนถึงการติดตามอาการหลังการรักษา โรงพยาบาลมะเร็งอุบลจึงมุ่งพัฒนาศักยภาพทั้งด้านสถานที่ บุคลากร เทคโนโลยีทางการแพทย์ และระบบบริการ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีความต้องการแตกต่างกัน ดังนี้

เพิ่มพื้นที่รองรับผู้ป่วย ลดข้อจำกัดของระบบบริการ

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการเปิด “อาคาร 80 ปี กรมการแพทย์” ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2569 อาคารมี 8 ชั้น จำนวน 300 เตียง และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มพื้นที่และศักยภาพการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง รองรับการขยายบริการ และยกระดับคุณภาพการรักษาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

ขยายบริการเฉพาะทางให้ครอบคลุมกระบวนการรักษา

การรักษามะเร็งจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และบุคลากรจากหลายสาขา เนื่องจากโรคแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน โรงพยาบาลจึงมีคลินิกเฉพาะทางหลายด้าน เช่น คลินิกศัลยกรรมทั่วไปและคลินิกเต้านม คลินิกมะเร็งนรีเวช คลินิกหู คอ จมูก คลินิกโรคเลือด คลินิกอายุรกรรมด้านโรคมะเร็ง คลินิกรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา รวมถึงคลินิกระงับปวดและคลินิกให้คำปรึกษาพันธุกรรมโรคมะเร็ง

เพิ่มศักยภาพด้านรังสีร่วมรักษาและเทคโนโลยีทางการแพทย์

มีการใช้เทคโนโลยี Hybrid Angio-CT เพื่อสนับสนุนการรักษาที่ต้องการความแม่นยำ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มขีดความสามารถของบริการและช่วยลดความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วยบางกลุ่มไปรับการรักษายังสถานพยาบาลที่อยู่ห่างไกล

ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องทั้งระหว่างและหลังการรักษา

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้สิ้นสุดลงทันทีเมื่อได้รับการรักษาหลักเสร็จแล้ว แต่ยังมีเรื่องของการติดตามผล ตรวจประเมินการตอบสนองต่อการรักษา เฝ้าระวังผลข้างเคียง และประเมินสุขภาพในระยะยาว

โรงพยาบาลมะเร็งอุบลเดินหน้าพัฒนาความพร้อมเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งมีความครอบคลุมมากขึ้น โดยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการรักษาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบบริการที่รองรับผู้ป่วยในทุกช่วงของการดูแล การเพิ่มพื้นที่ให้บริการช่วยรองรับจำนวนผู้ป่วยได้มากขึ้น รวมถึงการขยายบริการเฉพาะทางและการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยและวางแผนรักษาตามความเหมาะสมของแต่ละราย หลังจากเข้าสู่กระบวนการรักษา ผู้ป่วยยังได้รับการติดตามอาการ ประเมินผล และดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการประสานงานระหว่างบุคลากรและหน่วยบริการเครือข่ายเมื่อจำเป็น การพัฒนาทั้งด้านสถานที่ บุคลากร เครื่องมือ และระบบการดูแลจึงมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยได้รับบริการอย่างเป็นขั้นตอน ลดความไม่ต่อเนื่องในการรักษา และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง