ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถูกนำมาปรับใช้กับทุก ๆ ด้านของมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ในวงการแพทย์ อ้าอิงจากข้อมูลของ Statista พบว่า ตลาดการดูแลสุขภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีมูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 และคาดว่าจะมีมูลค่า 187 พันล้านดอลลาร์ในปี 2573 ซึ่งหมายความว่าในอนาคตอันใกล้การทำงานของ AI จะเข้ามามีส่วนช่วย สร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการทางการแพทย์ได้อย่างมากมายมหาศาลมากกว่านี้แน่นอน
AI จะเข้ามาเปลี่ยนวงการแพทย์ให้ก้าวล้ำมากกว่าเดิม ได้ยังไง
อัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (ML) ที่ดีขึ้น การเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ฮาร์ดแวร์ราคาถูกลง และความพร้อมใช้งานของ 5G มีส่วนทำให้การประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยี AI และ ML สามารถกรองข้อมูลด้านสุขภาพจำนวนมหาศาล ตั้งแต่บันทึกสุขภาพและการศึกษาทางคลินิกไปจนถึงข้อมูลทางพันธุกรรม และวิเคราะห์ได้เร็วกว่ามนุษย์มาก
AI จะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การทำงานหลังบ้าน ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วย
องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ ใช้ AI เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน ในวงการแพทย์ทุกประเภท ตั้งแต่งานหลังบ้านไปจนถึงการดูแลผู้ป่วย เราได้นำตัวอย่างบางส่วนของการใช้ AI เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย มาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จักกัน
- นำ AI มาช่วยในการจัดการเอกสาร ในวงการแพทย์แม้แต่งานเอกสารและงานธุรการก็จัดเป็นงานที่ทำให้สิ้นเปลืองเวลามากๆ แต่เจ้า AI และระบบอัตโนมัติจะเข้ามาทำให้งานที่ไม่ยากแต่ใช้เวลาเยอะนี้ให้มีเวลาที่สั้นลง ทำให้พนักงานมีเวลาสำหรับงานด้านอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น Generative AI สามารถช่วยแพทย์ในการจดบันทึกและสรุปเนื้อหาที่สามารถช่วยเก็บเวชระเบียนได้ละเอียดที่สุด
- ใช้ในการลดความผิดพลาด ในการรับปริมาณยาที่มากเกินไป วงการแพทย์ สามารถใช้ AI เพื่อช่วยแจ้งเตือนข้อผิดพลาดในการที่ผู้ป่วยอาจจะรับยาเข้าร่างกายมากจนเกินไป ตัวอย่างหนึ่ง มาจากการศึกษาในวารสาร Nature Medicine พบว่าผู้ป่วยถึง 70% ไม่ได้รับอินซูลินตามที่กำหนด แต่จากการใช้เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสามารถแจ้งเตือนข้อผิดพลาดนี้ได้ ทำให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณอินซูลินที่มีความเหมาะสมมากขึ้น
- ช่วยในการผ่าตัดในอวัยวะที่มีความบอบบาง หุ่นยนต์ AI สามารถใช้ช่วยในการผ่าตัดได้โดยเฉพาะ การผ่าอวัยวะและเนื้อเยื่อที่บอบบาง ช่วยลดการสูญเสียเลือด ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และลดความเจ็บปวดหลังการผ่าตัด
AI จะไม่เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ เพียงแต่ว่าจะเข้ามาช่วยทำให้การทำงานที่ยุ่งยากเสียเวลาบางอย่างเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้นลดการทำงานในบางด้านที่ไม่จำเป็นออกไป และทำให้หันไปโฟกัสกับงานที่มีความจำเป็นแทน เช่น ลดเวลาในการทำงานของคุณหมอในบางเรื่อง คุณหมอจะได้ใช้เวลานี้ไปพบปะเช็กร่างกายของผู้ป่วยได้มากขึ้น
